06 กันยายน 2010 10:45:17 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: แจ้งสมาชิกใหม่... สมาชิกใหม่ที่สมัครสมาชิกเว็บท่องไพรมาแล้ว โปรดอ่านตรงนี้ก่อนครับ... http://www.thongphai.com/board/index.php?topic=2784.0

กลุ่ม หรือชมรมใด ต้องการเว็บบอร์ด สมัครสมาชิก และขอใช้สิทธิ์ได้ฟรี... ขอเป็นกลุ่ม หรือชมรมที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซด์ เช่นออฟโรด จักรยาน เดินป่า ท่องเที่ยว ถ่ายภาพ และกลุ่ม ชมรมที่ทำกิจกรรมเพื่อสังคม  เปิดให้ฟรี... ไม่จำกัดพื้นที่... โพสน์ได้ไม่จำกัด...
สมัครตรงนี้ครับ   http://www.thongphai.com/board/index.php?topic=472.0

Notice .. They come up to the western post sales X movie subscription cancellation request. Because I would not approve the application. We cooperate with. http://www.thongphai.com/board/index.php?topic=473.0
 
 หน้าแรก  เว็บบอร์ด   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: เทคนิค และ ข้อปฏิบัติการขับรถในเส้นทางวิบาก  (อ่าน 1671 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ขุนห้วยแม่ท้อ
ผู้ดูแลบอร์ด SPIRIT TEAM
Moderator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1086
สมาชิก ID: 1001



« เมื่อ: 10 สิงหาคม 2009 10:58:44 AM »

คัดลอกจาก เว็ปคนทะเล เพื่อเผยแพร่ให้พี่น้องทุกท่านครับ......

     เทคนิค และ ข้อปฏิบัติการขับรถในเส้นทางวิบาก

1. จัดตำแหน่งการนั่งขับให้มั่นคง ปรับตำแหน่งกระจกมองข้าง กระจกมองหลัง ให้มองเห็นชัดเจน ปรับระดับพวงมาลัยมาลัย ที่นั่งให้พอดีกับคันเร่ง เบรค คลัตช์ เพื่อการควบคุมรถได้มีประสิทธิภาพสูงสุด
2. รัดเข็มขัดนิรภัยเสมอไม่ว่าสภาพเส้นทางเป็นอย่างไร
3. การออกตัว การเร่ง การเบรคและการบังคับเลี้ยว จะต้องเป็นไปอย่างประสานสัมพันธ์กัน โดยค่อยๆเหยียบคันเร่งเพื่อป้องกันล้อหมุนฟรี เพราะการเร่งแรงและเพิ่มรอบของเครื่องยนต์เร็วเกินไป จะทำให้ล้อหมุนฟรีจมลงในทราย โคลนหรือเกิดการลื่นไถลเสียการสมดุลของรถได้
4. การเบรคก็จะต้องเป็นไปอย่างนุ่มนวล โดยพยายามควบคุมความเร็ว ชะลอความเร็วก่อนถึงสิ่งกีดขวาง เพื่อหลีกเลี่ยงการเบรคอย่างกระทันหัน รุนแรง การเบรครุนแรงอาจทำให้เกิดอาการล้อล็อค หรือลื่นไถลเสียการทรงตัวของรถได้
5. เมื่อขึ้นและลงเขาให้ใช้เกียร์ต่ำเพื่อเพิ่มพลังเครื่องยนต์ และใช้เกียร์ต่ำช่วยชะลอควบคุมความเร็วของรถขณะลงเขา ร่วมกับการใช้เบรค
6. การขับรถผ่านเส้นทางที่มีก้อนหินหรือเนินดินขวาง พยายามขับให้ล้อปีนข้ามก้อนหินอย่างช้าๆโดยใช้เกียร์ต่ำ เพื่อช่วยไม่ให้ช่วงล่างกระทบกระแทกหิน ควรหลีกเลี่ยงการขับคร่อมก้อนหิน เพราะอาจทำให้ช่วงล่างกระแทกกับก้อนหินเสียหายได้
7. พยายามหลีกเลี่ยงบริเวณที่เป็นทรายหรือโคลน หากจำเป็นต้องลุยผ่านให้ใช้เกียร์ต่ำ รักษารอบให้สม่ำเสมอ เพื่อให้มีแรงเคลื่อนไปข้างหน้าได้อย่างสม่ำเสมอ อย่าเร่งเครื่องเกินความจำเป็นเพราะอาจทำให้ล้อฟรีจมโคลนลึกลงไปจนยากแก่การแก้ไข
8. การขับเคลื่อนผ่านทางที่เป็นร่องลึกรูปตัว V ให้ขับคร่อมลงไปบนร่อง แม้นขอบของร่องจะกว้างกว่าสองข้างของช่วงล้อรถ ให้ค่อยๆคร่อมและเคลื่อนตรงไปข้างหน้าช้าๆ รักษารถให้ตรง หากรถเกิดอาการเอียงไปข้างใดข้างหนึ่งให้หยุด อย่าพยายามเคลื่อนไปข้างหน้าเพราะอาจทำให้รถของท่านลื่นไถลตะแคงข้างได้ ให้ค่อยๆหันพวงมาลัยไปด้านที่เอียง แล้วเร่งเครื่องเบาๆให้รถกลับมาทรงตัวได้เหมือนเดิม แล้วจึงค่อยๆเคลื่อนต่อไปข้างหน้าดังเดิม
9. หากปีนข้ามหินหรือสะพานไม้แคบที่มีเส้นทางเฉพาะ ควรมีคนลงไปทำหน้าที่บอกทาง โดยคนบอกทางต้องมีคนเดียว ผู้ขับต้องเปิดกระจกฟังการบอกทาง นั่งในตำแหน่งขับอย่างมั่นคง มองตรงไปข้างหน้า อย่าใช้วิธียื่นหัวออกมานอกรถ มองสัญญาณมือจากคนบอกทางและค่อยๆควบคุมรถไปตามนั้นจนข้ามผ่านอุปสรรค
10. หากไม่แน่ใจต่อเส้นทางข้างหน้า ให้หยุดรถ เดินลงมาสำรวจเส้นทางให้มั่นใจแล้วจึงขับผ่าน
10. หากไม่แน่ใจต่อเส้นทางข้างหน้า ให้หยุดรถ เดินลงมาสำรวจเส้นทางให้มั่นใจแล้วจึงขับผ่าน
11. ในการขับข้ามลำธาร หากมองไม่เห็นพื้นดินใต้น้ำ หรือไม่ทราบระดับความลึกให้ลงมาใช้ไม้วัดระดับความลึกดูก่อน หากระดับน้ำสูงกว่าท่อกรองอากาศของเครื่องยนต์ไม่ควรขับลุยข้ามไป เพราะเครื่องยนต์จะดับกลางน้ำได้ ขับข้ามน้ำช้าๆด้วยรอบเครื่องยนต์ที่สม่ำเสมอ
12. หากเดินทางร่วมกันหลายคัน ควรทิ้งระยะห่างกันให้มากพอสำหรับความปลอดภัย เพราะกรวดหรือหินยางจากคันหน้า อาจดีดใส่กระจกหน้าแตกได้ และเมื่อขึ้นเนินที่สูงชัน ควรจอดรถรอให้คันหน้าขึ้นพ้นเสียก่อน เพราะรถคันหน้าอาจขึ้นไม่ไหวลื่นไถลลงมาได


บันทึกการเข้า
ขุนห้วยแม่ท้อ
ผู้ดูแลบอร์ด SPIRIT TEAM
Moderator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1086
สมาชิก ID: 1001



« ตอบ #1 เมื่อ: 10 สิงหาคม 2009 10:59:06 AM »

เทคนิคเมื่อต้องขับรถลงเขา & บนทางลื่น

• บนเส้นทางสายออฟโรดส่วนใหญ่มักต้องการเครื่องยนต์แรงๆ แรงบิดสูงๆ เอาไว้ฉุดกระชากหรือเอาไว้ไต่เขา สูงชันเพื่อสร้างความมั่นใจเวลาเหยีบคันเร่ง เมื่อยังเห็นว่ารถยังมีกำลังทะยานขึ้นไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ปลายคันเร่งยังเหลืออีกเยอะกำลังใจและความพร้อมก็เพิ่มขึ้นอีกเป็นกอง แต่เมื่อใดที่รู้สึกว่ารถเริ่มอืด เหมือนคนกำลังจะขาดใจ ปลายคันเร่งก็เจียนจะสุดมิสุดแหล่ ถ้าเป็นมือใหม่บนเส้นทางป่าเขา รับรองได้เลยว่า เหงื่อไม่รู้มาเม็ดไหนต่อเม็ดไหนทะลุออกมาแทบทุกรูขุมขน เลือดฝาดบนใบหน้าก็พลอยหายไปด้วย เป็นอย่างนี้ทุกคนแหละ จนกว่าชั่วโมงบินจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆความกลัวก็จะลดน้อยลงตามลำดับ
• โดยพื้นฐานทั่วไปเราจึงมักมองว่าการขับรถขึ้นเขาเป็นเรื่องที่น่ากลัว ในความเป็นจริงแล้วขับรถลง เขาน่ากลัวกว่าหลายเท่าครับ เพราะยังไม่เคยเห็นใครขับรถขึ้นเขาแล้วรถตกเขา มีแต่เห็นคนขับรถลง เขาแล้วตกเขา ากกว่า ด้วยเหตุนี้เจ้ากำลังรถที่มากมายมหาศาลจึงไม่อาจช่วยได้ ประสิทธิภาพรถอาจมีส่วนช่วยได้บ้างในระดับหนึ่ง แต่เมื่อต้องขับรถลงเขาช่องว่างความแตกต่างของรถคันไม่กี่แสนกับคันละหลายๆล้านมีไม่แตกต่างกันเท่าไร สุดท้ายเมื่อเกิดอุบัติเหตุไม่ว่าคุณจะนั่งอยู่หลังพวงมาลัยคันไหนมันก็มีค่าเท่ากับหนึ่งชีวิตเหมือนกัน สมรรถนะรถจึงไม่ใช่เครื่องบ่งบอกถึงความปลอดภัยมากกว่าวิธีการขับ
• ผมให้คะแนนกับวิธีการขับมากกว่าขับ ไม่ว่าเบรคจะเยี่ยมแถมเอบีเอสเข้าไปอีกก็ใช่ว่าจะขับรถลงเขา ได้ปลอดภัยเมื่อยังใช้เกียร์สูง โดยเฉพาะเส้นทางลงเขาในป่าในช่วงหน้าฝนซึ่งหนีไม่พ้นที่จะต้องผจญกับสภาพ เส้นทางเปียกแฉะยากในการบังคับควบคุมรถเป็นที่สุด วิธีการปลอดภัยที่สุดถ้าไม่จำเป็นก็ละเว้นการเดินทาง ในช่วงฤดูฝนใน เส้นทางโหดหินทั้งหลาย เพราะผลลัพธ์ที่ได้ไม่เคยเห็นใครได้คุ้มกับที่เสีย
• การใช้เกียร์หนึ่งพร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อLOWถือว่าเป็นการหน่วงสุดท้ายที่รถสามารถช่วยเหลือเราได้(นอกเหนือจากเรื่องสภาพยางซึ่งเป็นเรื่องแปรผันเพิ่มเติมหรือการมีเครื่องกว๊านที่อาจทำให้ลดอันตรายน้อยลง) ปัญหาคือว่าเมื่อ หน่วงกันสุดๆแบบนี้แล้วรถมันยังไหลด้วยความเร็วอยู่ดีจะเหยียบเบรคได้ไหม บอกได้เลยว่าการที่ รถยังคงลงเขา ด้วยความรวดเร็วนั้นมันไม่ใช่เป็นเรื่องความเร็วของรถโดยธรรมชาติแล้วครับ มันเป็นอาการลื่นไถลท ี่เกิดจาก ความลื่นของหน้าดิน มากกว่า ถึงจะเหยียบเบรคก็ไม่มีประโยชน์ครับ กลับจะเป็นการทำให้รถเกิดอาการ ไร้การควบคุมหรือควบคุมยากขึ้นไปอีก วิธีการที่ดีที่สุดคือพยายามบังคับ พวงมาลัยไปในทิศทางที่ ต้องการให้ได ้เท่านั้นเอง หากจะบอกว่าเมื่อถึงขั้นนี้ก็คงขึ้นอยู่กับโชคชะตาคงจะไม่หดหู่จนเกินไปนะ
• ถ้าเผอิญเครื่องดับขึ้นมาล่ะจะทำยังไงดี คงเป็นปัญหาที่หลายคนอยากจะถามต่อ ถ้าอยู่ใน สถานการณ์ที่ไม่เลว ร้ายจนเกินไปคือสภาพเส้นทางไม่ลื่นจนไม่อาจควบคุมได้ ก็สามารถนับหนึ่งใหม่โดยการสตาร์ท เพื่อเข้าสู่ระบบที่ทำไว้ได้ แต่ถ้าสภาพเส้นทางลื่นมาก ทางเลือกที่เหลืออยู่คือการสตาร์ท เครื่องยนต์เช่นเดียวกัน ไม่งั้นรถจะเคลื่อนที่ลงไปได้อย่างไร แต่จะต้องเป็นการสตาร์ทแบบไม่ต้องไปขยับระบบเกียร์ใดๆทั้งสิ้น เราจะสตาร์ทเพื่อให้มันขับ ไปข้างหน้าทีละ นิดเท่านั้นเอง อาจจะอึดอัดอยู่บ้างแต่ก็เป็นวิธีที่น่าจะปลอดภัยที่สุด ปัญหาคือว่ารถยนต์รุ่นใหม่บางคันมีระบบเซฟตี้คือ ถ้าไม่เหยียบแป้นคลัชจนสุดก็จะไม่สามารถสตาร์ท ได้ก็คงสร้างปัญหาไม่น้อย แต่โอกาสที่เครื่องจะดับก็เกิดขึ้นน้อยมาก
• อย่างที่บอกไว้ข้างต้นว่า ดอกยางรถก็มีความสำคัญไม่น้อยรวมไปถึงเครื่องกว้านที่จะช่วยอำยวยความสะดวก ทั้งตอนขึ้นเขาและลงเขาให้สามารถผ่านพ้นไปได้อย่างปลอดภัยซึ่งเป็นเรื่องที่เราต้องเสียเงินไม่น้อยทั้งสิ้น ในแวดวงมืออาชีพแบบชาวบ้านเขาก็มีวิธีหน่วงรถให้ช้าลงยามต้องลงเขาเหมือนกันโดยไม่ต้องไปพึ่งเจ้ากว้านที่ว่านี้ แต่จะให้ประสิทธิภาพมันสูงเท่าคงไม่ได้ เขาใช้วิธีง่ายๆคือการตัดกิ่ง ไม้ขนาดพอสมควรเอาที่มัน ยังมีใบและกิ่งเล็กน้อยติดอยู่ คงไม่หาว่าทำลายป่านะครับเพราะตัดแค่กิ่งเล็กไม่ได ้โค่นทั้งต้นแล้วนำมาผูกด้านท้ายเ พื่อลากมันไปด้วย เริ่มมองเห็นภาพแล้วนะครับว่ากิ่งไม้และใบมันจะช่วยเราได้อย่างไร ใบและกิ่งของมันที่ลาก ไปตามพื้นด้วยจะมีส่วนได้ไม่น้อยในการลดระดับความเร็วของรถลงไปได้พร้อมกับช่วยให้บั้นท้ายรถไม่แกว่งไปแกว่งมามากจนเกินไปด้วย แน่นอนย่อมส่งผลให้เราบังคับรถได้ง่ายขึ้น นี่เป็นเทคนิคของชาวบ้านที่ใช้ได้ ผลกันมาแล้วตามเงื่อน ไขธรรมชาติที่มีอยู่จริง


บันทึกการเข้า
ขุนห้วยแม่ท้อ
ผู้ดูแลบอร์ด SPIRIT TEAM
Moderator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1086
สมาชิก ID: 1001



« ตอบ #2 เมื่อ: 10 สิงหาคม 2009 10:59:28 AM »

เทคนิคเมื่อต้องขับรถขับรถข้ามนฺ้๋า

• ควรรู้ลักษณะโครงสร้างของรถยนต์ของท่านก่อนว่าขณะขับลงน้ำจะมีอาการ อย่างไร เช่น รถ ซึ่งมีโครงสร้างตัวถังคล้ายรถเก๋ง ขณะลงน้ำจะลอย ตัว ถ้าลงน้ำเร็วจะ บังคับทิศทาง รถไม่ได้เลย การขับต้องขับลงอย่างช้าๆ ให้ ความเร็วสัมพันธ์กับน้ำหนักตัวรถที่จะค่อยๆ จมลง ล้อจะได้สัมผัสพื้นดิน ใต้น้ำ โครงสร้างรถแบบนี้เวลาจมน้ำจะดึงขึ้นลำบาก เพราะช่วงล่างต่ำและ แบบ เวลาดึงขึ้นเหมือนลากเหล็กทั้งแท่งขึ้นจากน้ำ อันเนื่องมาจากแรง เสียดทานที่เกิดใต้ท้องรถกับดินใต้น้ำ
• ก่อนขับรถลงน้ำทุกครั้ง ในพื้นที่ที่ไม่คุ้นเคบ ต้องลงน้ำไปสำรวจร่องน้ำก่อนทุกครั้ง ว่ามีอะไรอยู่ใต้น้ำบ้าง เช่น หลุดใต้น้ำ ก้อนหิน ท่อนไม้
• ประมาณความแรงของกระแสน้ำว่า สามารถขับรถข้ามไปได้หรือเปล่า ถ้าต้องการจะข้าม ไปให้พิจารณาทิศทางของน้ำในทางขึ้น และทางลงน้ำ โดยให้กระแสน้ำส่งรถขึ้นฝั่ง
• หาร่องน้ำที่คิดว่าปลอดภัยที่สุดในการขับรถผ่าน ถ้าเป็นร้องน้ำที่ไกลมาก ควรทำเครื่อง หมายที่รถจะขับผ่านไป หรือให้คนยืนเป็นแนวทิศทางรถไว้ ถ้ามีรถหลายคัน ควรหาร่อง น้ำอื่นด้วย เพราะคันที่ไปก่อนอาจจะทำหลุมไว้ จากล้อที่ตะกุยใต้น้ำ

• ปิด AIRCONDITION แล้วใช้เกียร์ 4L ลงน้ำ รถจะได้มีกำลังสู้กับแรงต้านของน้ำได้
• ขับรถลงน้ำอย่างช้าๆ เพื่อไม่ให้น้ำกระเด็นเข้าห้องเครื่อง แล้วขับไปช้าๆ รถจะแหวกน้ำไปเอง คลื่นหน้ารถก็จะน้อง ทำให้มองเห็น
• ให้เร่งเครื่องบ้างก่อนจะขึ้นฝั่งรถจะได้มีแรงส่งขณะขึ้นฝั่ง ริมตลิ่งส่วนมากทางจะเละลื่น
• เมื่อขึ้นจากน้ำแล้วให้เบรครถบ้างเป็นระยะๆ เบรคจะได้แห้ง
• รถส่วนมากใบพัดหม้อน้ำจะหมุนฟรีได้ แต่ในบางรุ่นใบพัดจะไม่สามารถหมุนฟรี ขณะลงน้ำใบพัดจะตีน้ำ ทำให้ใบพัดแตก (เปลี่ยนได้ก็ควรเปลี่ยนไปใช้รุ่น หมุนฟรีได้)
• รถที่ลงน้ำบ่อยๆ ไดสตาร์ท ไดชาร์ท สายพาน แบตเตอรี่ ถ้าน้ำเข้าก็เสีย และช่วงล่างทั้งหมดจะเสื่อมเร็วกว่าปกติ ควรตรวจสอบสภาพด้วย
• ถ้ารถจมน้ำอย่าสตาร์ทเครื่องยนต์ในน้ำเด็ดขาด ควรลากขึ้นฝั่งถ่ายน้ำมันเครื่องออก เติมใหม่ ไล่น้ำในห้องเผาไหม้กระบอกสูบออก และตรวจดูว่า น้ำเข้าไป ในถังน้ำมันเชื้อเพลิงหรือเปล่า ถ้าเป็นรถรุ่นใหม่ที่มีการควบคุมการจุดระเบิดด้วยระบบ ECU ก็ให้ถอดแผง ECU ออกมาเป่าให้แห้งสนิท (หรืออังไฟ) ถ้าคิดจะ ลุยก็ให้ย้าย ECU ให้สูงกว่าปกติ



บันทึกการเข้า
ขุนติกะศรีแพรว
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 554
สมาชิก ID: 1030


" สบาย - สบาย..เหนื่อยก็พัก "


« ตอบ #3 เมื่อ: 11 สิงหาคม 2009 09:25:46 AM »

.. มาเก็บ..เทคนิค..การขับ..หน่อย..พี่ เหนื่อยจัง
... อีกหน่อย...จะได้ไปขับ..กับพี่บอย(ห้วยฯ)..ไหว..
บันทึกการเข้า

..........  สร้างสรรค์มิตรภาพไร้พรมแดน เหนือคำบรรยาย และท้าทายแบบพอเพียง  ..........
ขุนห้วยแม่ท้อ
ผู้ดูแลบอร์ด SPIRIT TEAM
Moderator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1086
สมาชิก ID: 1001



« ตอบ #4 เมื่อ: 11 สิงหาคม 2009 10:18:48 PM »

ขุนติ น่ะขับได้อยู่แล้ว   ออฟโรดไม่มีใครเก่งกว่าใครหรอกครับ  หากให้การยอมรับซึ่งกันและกัน และ ให้เกียรติกัน  ไปที่ไหนก็ผ่านหมดครับ......สปิริตครับสำคัญที่สุด
บันทึกการเข้า
JOE MAN
Sr. Member
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 324
สมาชิก ID: 1010



« ตอบ #5 เมื่อ: 12 สิงหาคม 2009 05:33:11 AM »

แหล่มเลย ครับ เยี่ยม
บันทึกการเข้า
ขุนห้วยแม่ท้อ
ผู้ดูแลบอร์ด SPIRIT TEAM
Moderator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1086
สมาชิก ID: 1001



« ตอบ #6 เมื่อ: 12 สิงหาคม 2009 07:36:32 PM »

เพื่อพี่น้องและผองเพื่อน  ........จะพยายามหาข้อมูลมานำเสนอให้ครับ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

ประมวลผลที่ดีที่สุด : IE 6.0 , Settings : 1024 by 768 pixels, Text Size : Miduim | ติดต่อ Webmaster : หนึ่ง ท่องไพร | สนับสนุนโดย : บริษัท วันดีซายน์ แอดเวอร์ไทซิ่ง จำกัด
Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.7 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 1.571 วินาที กับ 20 คำสั่ง